dot dot
dot
สมัครสมาชิก / Subscribe
อีเมล :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
ค้นหาบทความ / Article Search

dot


MotorExpo2018
nawarat
IconM News : G+
Oknation-lumnamsiam
IconM
The Royal Automobile Association of Thailand under Royal Patronage
The Thailand Automotive Institute (TAI)
IconM
THE THAI REAL ESTATE ASSOCIATION
สมาคมการผังเมืองไทย
AREA
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
สมาคมธนาคารไทย
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
TAT
ATTA
Tourism Council of Thailand (TCT)
Comme c’est bon
มูลนิธิสุขภาพไทย
Food4Change
Thaicityfarm
Thai Green Market
Center Market
Sustainable Agriculture Foundation (Thailand)
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กรมหม่อนไหม
กรมส่งเสริมอุสาหกรรม
Thai Textile
SACICT
icons
Realist
Smart Living
มูลนิธิก้าวไกลในเอเชีย
Thainess Capital
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Tarot Life Coach


นวัตกรรมเปลี่ยนลำไยบ้านๆ เป็น “คุณลำไย”

นวัตกรรมเปลี่ยนลำไยบ้านๆ เป็น “คุณลำไย”

3 มีนาคม 2560

เรื่องและภาพจาก https://www.kasikornbank.com/th/business/sme/KSMEKnowledge/article/SMEStory/Pages/Lamyai-House_Snack-Innovation.aspx?PID=FBKSME_Clicktowebsite_14-15Dec2016

 

นวัตกรรมเปลี่ยนลำไยบ้านๆ เป็น “คุณลำไย”

 

จากธุรกิจของครอบครัวที่เริ่มต้นทำลำไยอบแห้งมา 30 กว่าปี จนวันหนึ่งเมื่อพื้นที่ในตลาดเริ่มอิ่มตัว พงษ์พันธ์ ธรรมวรรณ อดีตวิศวกรหนุ่มจึงตัดสินใจย้ายถิ่นฐานกลับไปดูแลกิจการของครอบครัวที่ จ.ลำพูน โดยหานวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า จนในที่สุดเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆภายใต้แบรนด์ “Lamyai House”  ที่มีทั้ง ลำไยคิ้วท์ ลำไยอัดก้อน เครื่องดื่มพร้อมชงสำเร็จรูปแบบใหม่ที่ให้ทั้งความหวาน หอมอร่อย และมีเนื้อลำไยสดๆ ไม่ต่างจากน้ำลำไยที่ต้มขายใหม่ๆ  และ สแน็คบาร์ลำไย ขนมธัญพืชที่มีลำไยและธัญพืชอื่นๆเป็นตัวชูโรง 


“ลำไยอบแห้ง” จากความบังเอิญ สู่ภูมิปัญญาสร้างมูลค่าเพิ่ม

ที่มาของธุรกิจลำไยอบแห้งของพงษ์พันธ์ เริ่มต้นจากความบังเอิญที่เก็บลำไยร่วงพื้นมาทดลองอบใส่เตาอั้งโล่ถนอมอาหาร จนได้เป็นลำไยอบแห้งที่สามารถขายได้ถึงกิโลกรัมละร้อยกว่าบาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก โดยธุรกิจลำไยถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี ทำให้เกิดการแข่งขันที่สูงจนทำให้ลำไยอบแห้งขายได้ราคาไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อธุรกิจที่บ้านเริ่มไม่ดี พงษ์พันธ์จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อกลับมาช่วยธุรกิจครอบครัว โดยพยายามปรับปรุงในด้านต่างๆ เช่น การผลิต แพคเกจจิ้ง เพื่อเพิ่มศักยภาพและสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจมากขึ้น แต่ก็ไม่ทำให้หนีจากการแข่งขันด้านราคาได้ ทำให้พงษ์พันธ์ต้องกลับมาวิเคราะห์ตลาดอีกครั้ง และพบว่าหากยังทำธุรกิจอยู่ในกลุ่มตลาดเดิมๆ สินค้ารูปแบบเดิม แม้จะทำให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้น ก็ยังไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าเดิมนัก ดังนั้นจึงต้องสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ขึ้นมา ซึ่งหมายถึงการสร้างสินค้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในตลาดนั่นเอง


"ลำไยคิ้วท์" นวัตกรรมพลิกวิกฤต

พงษ์พันธ์พยายามหานวัตกรรมใหม่ๆเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ ขณะเดียวกันก็ต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้วย จนวันหนึ่งเขานึกถึงการทำน้ำลำไยสำเร็จรูป ซึ่งที่เห็นทั่วไปตามท้องตลาด โดยมากมักมีแต่รูปแบบที่เป็นผงเวลารับประทานก็นำไปใช้ชงดื่ม ซึ่งเขามีความรู้สึกว่าไม่ได้รสชาติเหมือนการกินน้ำลำไยที่ต้มกันใหม่ๆ จึงพยายามตั้งโจทย์และสร้างรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ใกล้เคียงกับน้ำลำไยสดจริงๆ จนในที่สุดเขาสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาได้ในรูปแบบของลำไยอัดก้อนพร้อมชงที่มีรสชาติเหมือนน้ำลำไยสดและเนื้อลำไยให้สัมผัส โดยใช้ชื่อว่า “ลำไยคิ้วท์”  โดยกลุ่มเป้าหมายที่พ​งษ์พันธ์มองไว้ คือ กลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการชงน้ำลำไยดื่มง่ายๆ ด้วยตัวเอง รวมถึงกลุ่มร้านค้าขายเครื่องดื่มที่ต้องการเพิ่มยอดขายด้วยเมนูลำไยที่สามารถทำง่ายๆ ไม่ต้องต้มทิ้งไว้คราวละเยอะๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มความสุขสบายมากขึ้น และยังช่วยลดภาระการแบกรับต้นทุนการผลิตได้อีกทางหนึ่งด้วย 

 

แตกไลน์สินค้า เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า

นอกจากลำไยคิ้วท์ พงษ์พันธ์ยังได้คิดผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาอีกตัวคือ “สแน็คบาร์ลำไยผสมธัญพืช” ซึ่งผสมด้วยธัญพืชต่างๆ เช่น ข้าวโอ๊ต งาขี้ม่อน เมล็ดฟักทอง งาขาว เมล็ดอัลมอนต์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และลำไยอบแห้ง หวังเจาะกลุ่มเป้าหมายหลักคือ คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก 


"Lamyai House" จากนวัตกรรม สู่การสร้างแบรนด์

นอกเหนือจากการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ โดยการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ อีกสิ่งที่พงษ์พันธ์ให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือการสร้างแบรนด์ เพื่อตอกย้ำคุณค่าของเรื่องราวที่มีมาภายใต้ชื่อแบรนด์ว่า “Lamyai House” นอกจากนี้ในอนาคตเขายังมองไว้ด้วยว่า เมื่อมีนวัตกรรม กรรมวิธีการผลิตต่างๆ ที่ดีแล้ว เขาอาจจะปรับเปลี่ยนพัฒนาทำผลไม้ชนิดอื่นๆเพิ่มเติมขึ้นอีกด้วย เช่น มะม่วง สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น โดยจะสร้างอีกแบรนด์ชื่อ Lango ที่เป็นการปรับคำใหม่จากคำว่า Longan เพื่อสื่อให้เห็นว่าจุดเริ่มต้นมาจากลำไย 


จากตลาดเก่าที่มีคู่แข่งมากขึ้น ผู้บริโภคก็ต้องการราคาสินค้าที่ถูกลง สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจไปต่อไปคือ การนำนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มมูลค่า เหมือนกับ Lamyai House ที่ไม่หยุดอยู่แค่การทำธุรกิจลำไยอบแห้ง แต่ต่อยอดแตกไลน์สินค้า พัฒนาจนสามารถสร้างแบรนด์และยังมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อทำให้ลูกค้านึกถึง Lamyai House เป็นแบรนด์อันดับต้นๆในเรื่องของลำไย จนในที่สุดกลายเป็น Legend of Longan ของเมืองไทยให้ได้​

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



กินดี / Food

2 เชฟมิชลินอาหารอิตาเลียน
R Haan - 1 Michelin Star, Bangkok
อาหารคือความสุขที่เปิดประตูสู่วัฒนธรรม !
เครื่องแกงไทยหอมอร่อย จับคู่ไวน์ไทย...ไปกันได้จ้ะ
กว่าจะมาเป็น "ผัดไทย...ทิพย์สมัย”
Pizza Cake
เมนูอาหารลดความอ้วน
เมนูนี้ยังคิดถึง...What's For Dinner, Mom ?
10 หนัง ที่เหล่านักชิมต้องหามาดู
เมนูอาหาร ต่ำกว่า 200 กิโลแคลอรี่ (ตอน 1)
5 เรื่อง Sushi ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน
เค้กเนื้อย่างแบบญี่ปุ่น
ก๋วยเตี๋ยวฮ่องเต้..ตำรับหลันโจว
ลูกตาลเฉาะ...คลายร้อน
การทำช็อคโกแลตแบบปารีส
ทาร์ตสตรอว์เบอร์รี่...ไม่ใช้พิมพ์อบ
ข้าวมันไก่ทำเอง งบ 230 บาท กินกันทั้งบ้าน article



email : iconminfo@gmail.com / Copyright © 2016 All Rights Reserved.
IconM