ReadyPlanet.com
dot dot
dot
สมัครสมาชิก / Subscribe
อีเมล :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
ค้นหาบทความ / Article Search

dot


MotorShow2020
MotorExpo2019
Motor Show 2019
MotorExpo2018
nawarat
IconM News : G+
Oknation-lumnamsiam
IconM
The Royal Automobile Association of Thailand under Royal Patronage
The Thailand Automotive Institute (TAI)
IconM
THE THAI REAL ESTATE ASSOCIATION
สมาคมการผังเมืองไทย
AREA
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
สมาคมธนาคารไทย
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
TAT
ATTA
Tourism Council of Thailand (TCT)
Comme c’est bon
Food4Change
มูลนิธิสุขภาพไทย
Thaicityfarm
Thai Green Market
Center Market
Sustainable Agriculture
Agri-nature Foundation
Sustainable Agriculture Foundation (Thailand)
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กรมหม่อนไหม
กรมส่งเสริมอุสาหกรรม
Thai Textile
SACICT
icons
Realist
Smart Living
มูลนิธิก้าวไกลในเอเชีย
Thainess Capital
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Tarot Life Coach


"ก่อนเป็นไทย : เครื่องปั้นดินเผากับความเชื่อยุคหมู่บ้านเกษตรกรรมและกสิกรรมก่อนประวัติศาสตร์"

"ก่อนเป็นไทย : เครื่องปั้นดินเผากับความเชื่อยุคหมู่บ้านเกษตรกรรมและกสิกรรมก่อนประวัติศาสตร์"

วันที่ 2 กรกฎาคม 2561-28 มิถุนายน 2562
ณ พิพิธภัณฑสถานเครื่องถ้วยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต
เปิดให้เข้าชมฟรี


สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2902 0299 ต่อ 2890 หรือ
http://museum.bu.ac.th/
https://www.facebook.com/SEACMfan/
https://goo.gl/maps/ERRLa43u7VH2

ภัณฑารักษ์และอำนวยการผลิต: อัตถสิทธิ์ สุขขำ
ถ่ายภาพ: กิตติ กุลวิชวรากร และจักรพงศ์ ศรีสุนทร
ตัดต่อ: ภัทรกร ฉ่ำเฉื่อย
เพลงประกอบ: Eric Aron - Biwa (Album: China)
ขอขอบคุณ: โนแอล แทน

"ก่อนเป็นไทย : เครื่องปั้นดินเผากับความเชื่อยุคหมู่บ้านเกษตรกรรมและกสิกรรมก่อนประวัติศาสตร์"
 
 
"ก่อนเป็นไทย : เครื่องปั้นดินเผากับความเชื่อยุคหมู่บ้านเกษตรกรรมและกสิกรรมก่อนประวัติศาสตร์"
 
...............................

 
 
Precious Past
เครื่องกระเบื้องในไทยนั้นล้ำค่า
ด้วยการผลิตอันประณีตและเรื่องราวเปี่ยมประวัติศาสตร์
 
ยามย่างเข้ามาในบ้านของพิมพ์ประไพ พิศาลบุตร ผู้มาเยือนอาจรู้สึกเหมือนกำลังแทรกตัวเข้าไปอยู่ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ ภายในห้องคอนโดสูงของเธอในย่านเย็นอากาศ มีหน้าต่างบานใหญ่ซึ่งสามารถมองเห็นวิวอันน่าตื่นตาของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์สำหรับผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมราคาแพงลิบกระนั้น ภาพวิวดังกล่าวอาจกลายเป็นสิ่งสุดสามัญเมื่อเทียบกับของที่เรียงรายภายในคอนโดกล่าวคือเครื่องกระเบื้องละลานตา 
 
พิมพ์ประไพคือนักวิชาการด้านเซรามิกในเอเชียที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของประเทศ เธอเขียนหนังสือเกี่ยวกับงานเครื่องกระเบื้องหลายเล่มซึ่งเป็นที่รู้จัก พิมพ์ประไพเป็นคณะกรรมการสยามสมาคมฯ และสืบเชื้อสายมาจากพ่อค้าเรือสำเภาจีน ผู้นำเข้าเครื่องเคลือบจีนให้กับเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางไทยในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 เธอใช้เวลาหลายทศวรรษเดินทางไปทั่วเอเชียเพื่อเสาะหาถ้วยชามรามไหเหล่านี้ จึงไม่แปลกที่ยามเปิดประตูเข้ามาที่คอนโดของเธอ เครื่องกระเบื้องสารพัดขนาดและรูปทรงจึงปรากฏอยู่แทบทุกเคาน์เตอร์ โต๊ะ ตู้ และชั้นวางของในบ้าน 
 
เธอยินดีพาผู้ที่สนใจเดินชมบ้านของเธอ โดยจะตั้งต้นที่ห้องจัดแสดงเครื่องกระเบื้อง ซึ่งมีคอลเลกชันเครื่องเคลือบจีนกว่าร้อยชิ้นในตู้เก็บของหลายหลัง ทุกชิ้นได้รับการจัดเรียงตามช่วงเวลา เริ่มตั้งแต่เครื่องถ้วยโบราณไปจนถึงสมัยที่ตระกูลเธอทำการค้าขายบนเรือสำเภาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 “เราเป็นนักเขียนและนักวิชาการ ไม่ใช่นักสะสม เราแค่เก็บสะสมเครื่องเคลือบพวกนี้ระหว่างการค้นคว้าเพื่อใช้ในการเขียนหนังสือเท่านั้น” เธอกล่าวอย่างถ่อมตน 
 
การเข้าเยี่ยมชมห้องจัดแสดงของพิมพ์ประไพทุกครั้งจะเริ่มต้นด้วยการ ‘บรรยาย’ ถึงแม้เธอจะยืนยันว่าคอลเลกชันของเธอนั้นเล็กมากเมื่อเทียบกับมหาเศรษฐีนักสะสมผู้คลั่งไคล้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย-จีน แต่ก็ยังน่าประทับใจอยู่ดี โดยชิ้นเก่าแก่ที่สุดของเธอนั้นคือชามจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ราว 5,000 ถึง 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งพ่อของเธอได้รับเป็นของขวัญจากมหาเศรษฐีชาวฮ่องกงที่ไปได้มาจากงานประมูลของโบราณ ถัดไปอีกไม่กี่ตู้ คือคอลเลกชันเครื่องกระเบื้องลายไทยหายากซึ่งนำเข้าจากประเทศจีน
 
“เราภูมิใจกับคอลเลกชันนี้มาก เพราะรู้ว่าคนอื่นไม่มี ดูจากสีคราม การขึ้นเงา และลวดลายแล้วก็จะบอกได้ว่าเครื่องกระเบื้องพวกนี้มาจากกรุงศรีอยุธยาช่วง พ.ศ. 2310 ซึ่งเป็นสมัยก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2” เธอเล่า
............................
ประวัติศาสตร์การผลิตเครื่องกระเบื้องของไทยนั้น
สามารถย้อนกลับไปได้หลายร้อยปี
และเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับประเทศจีน
............................
 
"ก่อนเป็นไทย : เครื่องปั้นดินเผากับความเชื่อยุคหมู่บ้านเกษตรกรรมและกสิกรรมก่อนประวัติศาสตร์"
 
คอลเลกชันเครื่องกระเบื้องจากสมัยกรุงศรีอยุธยาในช่วงศตวรรษที่ 18 ของเธอนั้นเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันยาวนานของไทยและจีนในด้านการค้าขายเครื่องเคลือบ ประวัติศาสตร์การผลิตเครื่องกระเบื้องของไทยนั้นสามารถย้อนกลับไปได้หลายร้อยปี และเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับประเทศจีน ช่างฝีมือและลูกค้าชาวไทยนั้นชื่นชอบลวดลายและการออกแบบของบ้านเรามากกว่าของจีน แต่เนื่องจากในอดีต ช่างฝีมือไทยยังไม่มีความชำนาญในการเผา ปั้นและเคลือบเงาอย่างชาวจีน เครื่องเคลือบจำนวนไม่น้อยบนผืนแผ่นดินไทยจึงสามารถย้อนรอยกลับไปยังประเทศจีนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
 
ประวัติศาสตร์เครื่องปั้นดินเผาจีนนั้นมีวิวัฒนาการต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนสมัยที่จีนจะมีราชวงศ์ แต่การเคลือบเงาเครื่องกระเบื้องนั้นเริ่มมีปรากฏให้เห็นครั้งแรกในยุคราชวงศ์ถัง (พ.ศ. 1161-1450) โดยเผาด้วยวัสดุที่บริสุทธิ์มากขึ้นและมีการเคลือบเงา พอถึงสมัยราชวงศ์หยวน ชาวมุสลิมได้เข้ามาทำการค้าในประเทศจีน ขณะที่พ่อค้าชาวเปอร์เซียก็เริ่มนำเข้าสีย้อมและแร่ต่างๆ ที่ใช้ในการลงสีและทำเครื่องปั้นดินเผาเข้ามา หนึ่งในนั้นคือแร่โคบอลต์ออกไซด์ ที่ใช้ในการผลิตสีน้ำเงินเข้ม อันเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ได้ปฏิวัติวงการเครื่องกระเบื้องจีน 
 
เทคนิคเหล่านี้ยังนำไปสู่การปฏิวัติการค้าบนเส้นทางสายไหมด้วย เครื่องปั้นดินเผาเคลือบ ซึ่งจีนเพิ่งเริ่มผลิตได้อย่างเชี่ยวชาญ ได้กลายมาเป็นสินค้าที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดอย่างหนึ่งบนเส้นทางสายไหมทั้งทางบกและทะเล และเครื่องเคลือบดังกล่าวนั้นเริ่มหลั่งไหลเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาผ่านท่าเรือ 
 
“มีซากเรืออับปางประมาณร้อยลำ ซึ่งบรรทุกเครื่องกระเบื้องและสินค้าอื่นๆ ถูกค้นพบในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ ไปถึงจนกระทั่งมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแอตแลนติก” อัตถสิทธิ์ สุขขำ เล่า เขาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑสถานเครื่องถ้วยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 
 
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 2543 เพื่อฉลองวันครบรอบวันก่อตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ และจัดแสดงเครื่องกระเบื้องโบราณที่บริจาคโดยสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยและนักสะสมเครื่องกระเบื้องคนสำคัญของไทยผู้ล่วงลับ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงเครื่องกระเบื้องที่ค้นพบในประเทศไทย บทบาทของอัตถสิทธิ์ในฐานะผู้ช่วยภัณฑารักษ์ประกอบไปด้วยการวิจัย การส่งเสริมการเรียนรู้ และการจัดแสดง

ช่างฝีมือใช้เวลาหลายเดือนออกแบบลวดลายในประเทศไทย จากนั้นจึงเดินทางไปถึงประเทศจีน และใช้เวลาอีกหลายเดือนเพื่อเดินเท้าเข้าไปคุมงานที่แหล่งผลิต ซึ่งจะหยุดชะงักในช่วงฤดูหนาวและฤดูฝน 
 
อัตถสิทธิ์เล่าว่า อยุธยาเป็นศูนย์กลางทางการค้าของไทย โดยเครื่องกระเบื้องซึ่งนำเข้ามาในราชอาณาจักรนั้นเป็นสินค้าที่ราชสำนักสั่งทำพิเศษ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้ากับประเทศจีน ผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบเหล่านี้จึงถูกมองว่าเป็นสมบัติของราชวงศ์และชนชั้นสูงของไทยในขณะนั้น
 
“ขั้นตอนการสั่งซื้อต้องใช้ความอดทนอย่างสูง ลูกค้าชาวไทยต้องรอ 2 ปีกว่าจะได้สินค้า ช่างฝีมือใช้เวลาหลายเดือนออกแบบลวดลายในประเทศไทย จากนั้นจึงเดินทางไปถึงประเทศจีน และใช้เวลาอีกหลายเดือนเพื่อเดินเท้าเข้าไปคุมงานที่แหล่งผลิต ซึ่งจะหยุดชะงักในช่วงฤดูหนาวและฤดูฝน จนการทำให้ทุกอย่างเสร็จภายในหนึ่งฤดูการขนส่งทางเรือแทบจะเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นจึงไม่ใช่แค่รายละเอียดอันน่าทึ่งของลวดลายไทยที่ทำให้เครื่องเคลือบเหล่านี้ล้ำค่า แต่เป็นหยาดเหงื่อแรงงานตลอดทั้งกระบวนการผลิต ถ้าอยากได้งานที่สวยและละเอียดขนาดนี้ ก็ต้องรอ” พิมพ์ประไพกล่าว 
 
นอกเหนือจากคอลเลกชันส่วนตัวของพิมพ์ประไพ ยังมีเครื่องเคลือบอีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับการจัดแสดงที่ ‘พิพิธภัณฑ์บ้านไทยจิม ทอมป์สัน’ซึ่งเน้นไปที่เครื่องเคลือบลายไทย-จีน ที่ออกแบบตามคำสั่งทำพิเศษของราชสำนักไทย 
 
เจมส์ แฮร์ริสัน วิลสัน ทอมป์สัน นักธุรกิจชาวอเมริกันผู้ล่วงลับไปแล้ว และผู้ก่อตั้งบริษัทผ้าไหมไทย จิม ทอมป์สัน อันโด่งดัง คือ นักสะสมโบราณวัตถุตัวยง ในช่วงปลายยุค ‘50s เขาได้ตัดสินใจสร้างบ้านเรือนไทยหลังงามซึ่งจัดแสดงคอลเลกชันส่วนตัวของเขา และต่อมากลายเป็นที่รู้จักกันในชื่อบ้านจิม ทอมป์สัน ดังที่ได้กล่าวถึงไปก่อนหน้า บรูโน เลอเมอร์ซิเอร์ ผู้ดูแลอาวุโส มูลนิธิ James H.W. Thompson Foundation กล่าวว่าจิม ทอมป์สันใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าความสนใจในเครื่องเคลือบของเขาจะสุกงอม ซึ่งในระยะหลังเขาได้มุ่งความสนใจไปที่เครื่องกระเบื้องส่งออกของจีนซึ่งเป็นที่รู้จักน้อยกว่า เครื่องเคลือบในคอลเลกชันของเขาส่วนใหญ่ทำขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ถึง 17 โดยหลายชิ้นมีถิ่นกำเนิดมาจากอยุธยาแต่ผลิตขึ้นในประเทศจีน 
 
บรูโนทำหน้าที่เป็นไกด์พาชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งนี้เป็นประจำ บ้านทรงไทยหลังนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยเครื่องกระเบื้องล้ำค่า อ่างปลาขนาดใหญ่ และเก้าอี้สนามเครื่องเคลือบซึ่งมีลวดลายบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ถูกวางโชว์อยู่บนโต๊ะไหว้เจ้า และยังคงอยู่ในสภาพเดิมกับที่จิม ทอมป์สันทิ้งไว้ เขาหายตัวไปอย่างลึกลับในปี 2510 และไม่เคยได้มีโอกาสอธิบายถึงของสะสมโบราณวัตถุของเขา จึงยังคงเป็นปริศนาจนถึงปัจจุบันว่าอะไรทำให้เขาเลือกสะสมเครื่องกระเบื้องตั้งแต่แรก และเขาก็ไม่เคยกล่าวระบุชัดถึงที่มาที่แน่นอนของเครื่องกระเบื้องแต่ละชิ้นด้วย 
 
“แต่เราทราบว่าเขาไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ศิลปะ อะไรที่เขาชอบเขาก็ซื้อ และไม่ได้แค่ซื้อมาเก็บ แต่ละชิ้นถูกจัดวางอย่างพิถีพิถันตามมุมต่างๆ รอบบ้าน ซึ่งเป็นจุดที่เขาจะเฝ้าชื่นชมความงามของมันได้” บรูโนกล่าว
 
แม้เครื่องกระเบื้องที่มีชื่อเสียงของไทย เช่น สุโขทัย สวรรคโลก และเบญจรงค์ จะเป็นที่นิยมในหมู่นักสะสม แต่กระนั้นเครื่องเคลือบลายครามของจีนก็ยังเป็นที่นิยมที่สุดในหมู่นักสะสมมากประสบการณ์และนักประวัติศาสตร์ด้วยเหตุผลนานับประการ
..................................
นักสะสมแทบทุกคนต้องเคยโดนหลอกขายของปลอมมาบ้าง
และเพื่อจะให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวน้อยที่สุดนั้น
ต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญ
ซึ่งนักสะสมรุ่นใหม่น้อยรายนักจะมี 
..................................
 
"ก่อนเป็นไทย : เครื่องปั้นดินเผากับความเชื่อยุคหมู่บ้านเกษตรกรรมและกสิกรรมก่อนประวัติศาสตร์"
 
“เครื่องเคลือบเหล่านี้ได้ผ่านกระบวนการผลิตอันน่าทึ่ง มีความทนทานสูง และเป็นมรดกตกทอดภายในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น รูปทรงและลวดลายของเครื่องลายครามนั้นเหมาะแก่การใช้งาน แลดูวิจิตรงดงาม และแฝงไปด้วยนัยยะสำคัญกว่าเครื่องเคลือบประเภทอื่น มันสะท้อนถึงวัฒนธรรมการกินการดื่มของชาวจีน รวมทั้งความเชื่อ และสถานะทางสังคมได้อย่างครบถ้วน สำหรับชาวจีนแล้ว การสะสมเครื่องลายครามบ่งบอกถึงความสำเร็จที่สั่งสมมาทั้งชีวิต” อัตถสิทธิ์อธิบาย 
 
พลพัฒน์ โสภณสกุลรัตน์ แห่ง T&A Gallery แกลเลอรีศิลปะภายในศูนย์การค้า River City แสดงความเห็นในทำนองเดียวกัน “คนจีนมองว่าวัตถุนั้นเป็นเครื่องสะท้อนตัวตน และยังเชื่อในพลังของสัญลักษณ์ และงานศิลปะที่สวยงามบนเครื่องกระเบื้องเหล่านี้ก็แสดงถึงความเชื่อนี้เป็นอย่างดี เช่น ปลาทองนั้นเป็นตัวแทนแห่งความเจริญรุ่งเรือง ส่วนมังกรแสดงถึงพลังอำนาจและความแข็งแกร่ง” เขาอธิบาย
 
พลพัฒน์เป็นบุตรชายของวีระวัฒน์ โสภณสกุลรัตน์ หนึ่งในผู้ค้าเครื่องกระเบื้องเอเชียตะวันออกอันดับต้นๆ ของไทย แม้เขาจะเติบโตขึ้นมาท่ามกลางธุรกิจนี้ แต่กว่าจะเริ่มสนใจเครื่องกระเบื้องจริงๆ ก็หลังเขาได้เรียนวิชาศิลปะจีนสั้นๆ ที่มหาวิทยาลัย SOAS University ในลอนดอน (หลังจบปริญญาตรีสาขามัณฑนศิลป์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทด้านการสร้างตราสินค้าจากมหาวิทยาลัย Brunel University ในลอนดอน) ท้ายที่สุดเขาได้ขอเข้าไปมีส่วนร่วมในธุรกิจครอบครัว ซึ่งในขณะนั้นมีชื่อว่า VRP Collection โดยได้ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ทั้งหมด 
 
บริษัทมุ่งความสนใจไปที่เครื่องเคลือบจีน และพลพัฒน์กล่าวว่าคนหาซื้อเครื่องกระเบื้องเหล่านี้ เท่ากับกำลังซื้อส่วนหนึ่งของมรดกตกทอดทางประวัติศาสตร์ “ชิ้นนี้อายุ 500 ปี” เขาเอ่ยพลางชี้ไปที่เครื่องกระเบื้องชิ้นหนึ่งในตู้โชว์ “มันวนเวียนอยู่ในตลาดมานานมาก สำคัญมากที่ต้องทำให้ผู้ซื้อเข้าใจว่าพวกเขาไม่ได้แค่กำลังซื้อถ้วยไหธรรมดาๆ แต่ละชิ้นนั้นมีเรื่องราวของตัวเอง”
 
เขาผายมือไปที่แจกันสวยคู่หนึ่งที่มีอายุ 120 ปี ซึ่งทำขึ้นในช่วงราชวงศ์ชิง (พ.ศ. 2187-2455) “ปกติแล้ว ทองที่ใช้วาดลวดลายบนเครื่องกระเบื้องเหล่านี้จะหลุดหรือจางไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะหากผ่านการใช้งานเป็นประจำ แต่สีทองบนแจกัน 2 ใบนี้ยังอยู่ดีแทบทั้งหมด ซึ่งบอกเป็นนัยว่าเจ้าของน่าจะมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย และแทบจะไม่เคยใช้มันเลย”
 
พลพัฒน์ยังกล่าวอีกว่ามีคนจำนวนมากขึ้นที่สนใจจะสะสมของโบราณเหล่านี้ เพราะหลายคนมองว่าเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่ง “โซเชียลมีเดียมีบทบาทใหญ่ในการขยายตลาด เพราะคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น” เขากล่าว
 
แต่พิมพ์ประไพมีคำเตือนสำหรับผู้ที่อยากเป็นนักสะสม “สำหรับใครที่อยากสะสมเครื่องเคลือบจีน การไม่เริ่มสะสมแต่แรกอาจจะดีที่สุด ทุกวันนี้ ราว 60% ที่ซื้อขายกันในตลาดนั้นเป็นของปลอม ซึ่งพวกนี้ส่วนใหญ่ก็มาจากจีนทั้งนั้น เพราะตอนนี้พ่อค้ารู้แล้วว่าขายได้ราคาและคนซื้อส่วนใหญ่ก็ไม่รู้วิธีแยกระหว่างของแท้กับปลอม ถ้าคุณอยากสะสมเครื่องเคลือบจีน คุณต้องใช้เวลาหลายปีค้นคว้าและศึกษาให้ดี หรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรจ้างผู้เชี่ยวชาญมาประเมินราคาให้” เธอกล่าว 
 
ในบางครั้ง แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็พลาดพลั้งได้เหมือนกัน พิมพ์ประไพยอมรับว่าเธอเองก็มีของปลอมอยู่ในคอลเลกชันและยินดีที่จะชี้ให้ผู้เยี่ยมชมดู สำหรับเธอ การซื้อของปลอมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการการเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องกระเบื้องจีน นักสะสมทุกคนต้องเคยโดนหลอกขายของปลอมมาบ้าง และเพื่อจะให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวน้อยที่สุดนั้นต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญ ซึ่งนักสะสมรุ่นใหม่น้อยรายนักจะมี
 
แม้แต่นักสะสมเครื่องกระเบื้องชื่อดังที่สุดของไทยอย่างสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ก็ยังมีของปลอมปะปนอยู่ในตู้โชว์ พิมพ์ประไพเขียนหนังสือเกี่ยวกับคอลเลกชันของเขาร่วมกับสามีของเธอในชื่อ Bencharong & Chinaware in the Court of Siam ซึ่งพวกเขาใช้เวลาเขียนและถ่ายภาพอยู่หลายปี “จากที่ได้สัมภาษณ์ท่าน เป็นไปไม่ได้ที่คุณจะไม่มีของปลอมเลย นักสะสมทุกคนจะต้องมีของปลอมอย่างน้อย 10 ถึง 15% ในคอลเลกชัน” เธอกล่าว
 
สำหรับพิมพ์ประไพ การซื้อของปลอมเป็นครั้งคราวไม่ส่งผลเสียกับเธอเท่ากับนักสะสมคนอื่นๆ เธอไม่เคยซื้อเครื่องกระเบื้องเพื่อเก็งกำไร สำหรับเธอ เครื่องเคลือบจีนโบราณเป็นแว่นที่ใช้มองผ่านไปยังประวัติศาสตร์อันรุ่มรวยของเอเชีย เธอรีบกล่าวว่าความนิยมที่สูงขึ้นของเครื่องกระเบื้องญี่ปุ่นเป็นผลของการเปลี่ยนผ่านจากราชวงศ์หมิงเป็นราชวงศ์ชิง และพูดคุยอย่างออกรสถึงลวดลายดัตช์ที่พบบนภาชนะส่งออกของจีนในยุคแรกๆ ว่าเป็นสัญญาณของการเริ่มล่าอาณานิคมยุโรปในเอเชีย เครื่องกระเบื้องทุกชิ้นในคอลเลกชันบอกเล่าถึงเรื่องราวและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ โดยเครื่องกระเบื้องชิ้นโปรดของเธอบางชิ้นเป็นเศษชามและจานจากเรืออัปปางในอยุธยา ซึ่งไม่มีวันที่นักสะสมคนอื่นจะสนใจ เพราะสำหรับเธอ คุณค่าที่แท้จริงแฝงอยู่ในเรื่องราวเท่านั้น
 
พิมพ์ประไพเคยเขียนไว้ในหนังสือของเธอชื่อ A History of the Thai-Chinese ว่าหนังสือเกี่ยวกับ “ประวัติศาสตร์ไทย-จีนทั้งหมดจะยังคงอยู่ตลอดไป” กระนั้น ไม่มีหนังสือเล่มใดที่จะบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ดังกล่าวได้ครบถ้วน เพราะเรื่องราวไม่น้อยได้รับการบันทึกไว้ในที่ๆ กระทั่งผู้ซึ่งคลุกคลีอยู่กับหนังสือประวัติศาสตร์ทุกวันก็อาจตกสังเกต
 
โดยแฝงอยู่ภายใต้เงาเคลือบของเครื่องลายครามนั่นเอง ■
 

 

ที่มา :
บทความ "เครื่องกระเบื้อง" นิตยสาร Optimise ฉบับที่ 12 (เมษายน 2561) 
http://optimise.kiatnakinphatra.com/state_of_art_12.php
 
 
 
 
 

 

 



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



ทูตวัฒนธรรม / Cultural Ambassador

พาณิชย์ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผ่านงาน “ศิลปาชีพทอใจ วิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี”
รำลึกถึง “ณภัทร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม” ผู้ล่วงลับ
ชวนไกด์แชร์ประสบการณ์ “ทุกเรื่องราวจากไกด์ ถ่ายทอดเมืองไทยสวยงาม”
Asian Dream ร่วมกับ ไมเคิล โบลตัน นักร้องและนักแต่งเพลงระดับโลก
มหัศจรรย์ในสวนลับ (The Secret Garden)
ททท. เปิดตัวโครงการ TAT GYM 2020
เปิด 3 เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนสมุทรสาคร
ชมการแข่งขัน Vietnam Grand Prix 2020 กับ Deluxe Formula1 TRIP
Finn ร่วมกับสถาบันการศึกษาไทย เปิดโปรแกรม “Top-up Degree”
ออกจากชีวิตมนุษย์เดือนชนเดือน สู่ความมั่งคั่งที่เป็นตัวเอง
ทีเส็บชู 4Ms ในตลาดไมซ์โลก เปิดตัวเวทีงานเทรดโชว์ ITCMA&CTW 2019
ทีเส็บจับมือภาคีดันภูเก็ตไมซ์ซิตี้สู่เมืองไมซ์เวิลด์คลาส
Hello! World! 2019 Panda Art Parade
เปิดประสบการณ์ท่องเมืองจีนด้วยแว่น VR
ทางออกของชีวิต ทางออกเพื่อทุกคน
งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 43
ททท. ขอเชิญร่วมงานไหว้ครูมวยไทยโลกครั้งที่ 15 ประจำปี 2562
Amazing Thailand Romance Trade Meet 2019
ททท. เดินหน้าต่อยอด 5 เส้นทางท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล
นักท่องเที่ยวเข้าขอนแก่นทะลุเป้า 5 ล้าน รับปีใหม่
ทีมไทยโชว์ผลงาน “ปลากัด” คว้าชนะเลิศ
เปิดตัวสมาคมการท่องเที่ยวโลกเพื่อมรดกวัฒนธรรม
ย้อนรอยเล่าขาน ตำนานเมืองราชบุรี เรืองรุจี เกริกก้องปฐพี
อาเซียนชื่นมื่นร่วมชมงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์”
จัด “บุรีรัมย์ ไนท์” โปรโมท “พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018”
มิตรภาพมหัศจรรย์เกิดขึ้นแล้ว! “ซาร่า-น้องแม็กซ์เวลล์”
“GREEN BOOK”
"ทั้งมัน ทั้งม่วน" ไปกับ "หมอลำมาเนีย เขย่าลูกคอรอให้เธอมารัก"
นิทรรศการปฏิทิน ปี 2562 “มหัศจรรย์เมืองไทย เก๋ไก๋ทุกมุมมอง”
งานเปิดนิทรรศการศิลปกรรมสีน้ำโลก 2561
หนังที่ทำให้อเมริกาตาสว่างทั้งประเทศ! “Blindspotting”
การแสดง “Holding Space” โดย คณะดาน่าลอตัน (Dana Lawton) จากสหรัฐฯ
Beyond the Air We Breathe: Addressing climate change
ศิลปะการแสดงสะท้อนเสียงเยาวชน
"มจร."ลงนาม MOU ม.โปแลนด์ ปั้นหลักสูตรร่วมสาขาสันติศึกษา
World Ocean Day 2018, 8 June : ทะเลดี ชีวีมีสุข
Thai Sea : เราทำอะไรกับ “ท้องทะเลไทย” บ้าง??
ฝากไว้ในแผ่นดิน 140 ปี บี.กริม
Amazing Muay Thai Champion 2018
ฉลอง 190 ปี วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
Clarinet Solo by Raffaele Bertolini
พระมหากษัตริย์องค์ใหม่แห่งสยาม- 5พ.ค.2493
๒๖๐๐ ปี ปฐมภิกษุณีในพุทธศาสนา
๑๔๓ ปีพิพิธภัณฑ์ไทย...๑๙ ก.ย. ๒๕๖๐
คเณศจตุรถี ครั้งที่ 10
จากบ้านนาด้วยรัก
แม่น้ำเจ้าพระยา...สู่มรดกโลก
ระลึกถึงเลดี้ไดอาน่า
Ottoman Empire Music - It's Rose, Rose
แหลม ผู้จัดกวน : ไข่จ๋า...สารสาสน์วิเทศบางบัวทอง
ประธานสภากวีโลกชาวไทย : ดร.มนตรี อุมะวิชนี
บ้านท่านทูตสหรัฐฯ ที่กรุงเทพฯ
The Winner
Amazing Oriental Music - FARAN ENSEMBLE
แหลม ผู้จัดกวน : นำ้ตาปักษ์ใต้
แหลมปรี๊ดด์ : หอมกลิ่นไอดิน



email : iconminfo@gmail.com / Copyright © 2016 All Rights Reserved.
IconM