dot dot
dot
สมัครสมาชิก / Subscribe
อีเมล :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
ค้นหาบทความ / Article Search

dot


Motor Show 2019
MotorExpo2018
nawarat
IconM News : G+
Oknation-lumnamsiam
IconM
The Royal Automobile Association of Thailand under Royal Patronage
The Thailand Automotive Institute (TAI)
IconM
THE THAI REAL ESTATE ASSOCIATION
สมาคมการผังเมืองไทย
AREA
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
สมาคมธนาคารไทย
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
TAT
ATTA
Tourism Council of Thailand (TCT)
Comme c’est bon
Food4Change
มูลนิธิสุขภาพไทย
Thaicityfarm
Thai Green Market
Center Market
Sustainable Agriculture
Agri-nature Foundation
Sustainable Agriculture Foundation (Thailand)
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กรมหม่อนไหม
กรมส่งเสริมอุสาหกรรม
Thai Textile
SACICT
icons
Realist
Smart Living
มูลนิธิก้าวไกลในเอเชีย
Thainess Capital
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Tarot Life Coach


“หลง” ไม่ใช่ “รัก”

“หลง” ไม่ใช่ “รัก” : จะรู้ได้ยังไงว่าเรากำลัง “หลง” หรือกำลัง “รัก”

เผยแพร่โดย http://themomentum.co/happy-relationship-love-or-infatuation

 

ภาพประกอบ : "Suminkgy"

 

เรื่อง : นิ้วกลม"นิ้วกลม" 

นักเขียนผู้มีผลงานกว่า 30 เล่ม

พิธีกรรายการสารคดี

นักเรียนรู้และตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ รวมถึงความรัก

 

 

HIGHLIGHTS: ไม่มีความ ‘หลง’ สิ่งที่เหลือคือความ ‘รัก’

 

-          - ในห้วงอารมณ์ ‘หลงรัก’ นั้นแท้ที่จริงมีสองสิ่งปะปนกันอย่างแนบเนียนจนเรานึกว่ามันเป็นสิ่งเดียวกัน นั่นคือ ‘หลง’ กับ ‘รัก’

-          - ในห้วงรักโรแมนติกเราจะมองเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของคนที่เรารักที่คนอื่นมองข้ามไป แต่อันที่จริงแล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสียทีเดียว เรามองเห็นในสิ่งที่คนอื่นก็เห็นนั่นแหละ แต่เราคิดในสิ่งที่คนอื่นคิดไม่ถึงต่างหาก

-          - ความรู้สึกของการหลง+รัก เราหลงไปว่าเรารัก ทั้งที่จริงเราเพียงสร้างภาพฝันบางอย่างมาตอบสนองความปรารถนาของเรา มันอาจเริ่มจากสิ่งที่คนคนนั้นเป็นจริงๆ เช่น คุณอาจเป็นแค่คนที่ชอบดูหนัง แต่ผมจินตนาการไปถึงขั้นว่า คุณจะมาพร้อมโลกมหัศจรรย์นับล้านใบ แล้วจะจูงมือผมเดินเข้าไปเที่ยวในโลกเหล่านั้น

-          - ความสวยงามเกินจริงเป็นสิ่งน่ากลัว เพราะมันทำให้เราผิดหวังได้ง่าย เจ็บปวดจากภาพฝันของเราเอง นอกจากนั้นบางครั้งมันก็ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองต้อยต่ำเกินจริง และเธอผู้นั้นก็สูงส่งเกินจริง ความหลงทำให้ความรักของเราคับแคบ

-          - หากเรากำลังหลงใคร เราก็ควรรู้ว่าเราไม่มีวันได้รับความรักกลับมา เราเพียงมีความสุขและเคลิ้มไปกับจินตนาการที่เสกสร้างขึ้นมาเอง จินตนาการนี้บางทีนำไปสู่ความเจ็บปวด

-          - ความรักมันจริงกว่านั้น คนไม่ได้รักกับนางฟ้าหรอก คนไม่ได้รักกับเทพบุตรหรอก คนรักกับคน มนุษย์เดินดินที่มีทั้งดีและร้าย ทั้งสวยงามและอัปลักษณ์ แต่เรายอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็น

 

...................................................

 

​ถึง คุณ, ผู้บอบบางเหมือนขนนก

    ท่วงทำนองเพลงนี้ดังขึ้นเกือบทุกครั้งเวลาผมคิดถึงคุณ ผมหมายถึงสุดยอดเพลงแห่งความรวดร้าวแห่งยุค 90s ซึ่งแสดงถึงความต้อยต่ำของผู้มีความรักแต่ไม่ได้รับการแยแสอย่างเพลง Creep ของวงเรดิโอเฮด ในช่วงชีวิตของผมเพลงนี้นับเป็นหนึ่งในเพลงที่เป็นเพื่อนในยามเศร้าได้ดีที่สุดเพลงหนึ่ง

 

    When you were here before,

    Couldn't look you in the eye,

    You're just like an angel,

    Your skin makes me cry,

    You float like a feather,

    In a beautiful world,

    I wish I was special,

    You're so fucking special.

 

     เนื้อเพลงที่สะท้อนความสูงส่งของคนที่เรารักว่าช่างงดงามราวกับนางฟ้า ผิวสวยบอบบางจนต้องหลั่งน้ำตาให้ เธอลอยละล่องราวกับขนนกกลางเวหา โบยบินอยู่ในโลกที่สวยงาม และฉันหวังเพียงว่าฉันจะมีค่าพอ เพราะเธอช่างเลอค่าฉิบหายเลย ให้ตายเถอะ!

     เหตุผลที่ชายหนุ่มนับพันนับหมื่น (ผมเป็นหนึ่งในนั้น) เปิดเพลงนี้แล้วตะโกนตาม ทอม ยอร์ก ในยามผิดหวังกับความรักเป็นเพราะเนื้อเพลงที่สะท้อนความรู้สึกในใจของพวกเราออกมาได้อย่างสวยงามและแสบสัน สาวๆ บางคนอาจรู้สึกเช่นนี้กับคนที่เขาหลงรักเช่นกัน

    คุณแม่งโคตรพิเศษ ส่วนเราแม่งต่ำต้อย ไม่คู่ควรจะได้รับความรัก

    สำหรับผม, คุณก็เป็นแบบนั้น

    หากเราตกลงไปในหลุมที่กว้างมากจนเราไม่เห็นขอบของปากหลุม เราอาจไม่รู้ตัวว่าเรากำลังอยู่ในหลุมนั้น ต้องปีนขึ้นมาก่อนแล้วมองย้อนกลับไป จึงเห็นว่าที่แท้เราตกลงไปในหลุม

     ผมกำลังพูดถึง ‘หลุมรัก’ ที่เขาชอบเรียกกัน

     วันเวลาผ่านไป ผมหันกลับไปดูหลุมขนาดยักษ์ที่ตัวเองเคยตกลงไปจึงเข้าใจว่าในห้วงอารมณ์ ‘หลงรัก’ นั้นแท้ที่จริงมีสองสิ่งปะปนกันอย่างแนบเนียนจนเรานึกว่ามันเป็นสิ่งเดียวกัน นั่นคือ ‘หลง’ กับ ‘รัก’

    อะไรกันที่ทำให้ผมมองเห็นคุณเป็นนางฟ้า ทั้งที่จริงคุณก็เป็นมนุษย์เดินดินธรรมดาคนหนึ่ง ผมเองต่างหากที่ใส่แสงออร่าและประดับประดาความเจิดจรัสให้กับคุณ ผมเองต่างหากที่ยกย่องเชิดชูคุณและส่งคุณขึ้นไปล่องลอยอยู่บนฟ้า ผมเองต่างหากที่เพิ่มความอ่อนโยนให้กับคุณเสียจนเบาบางราวกับขนนก ผมทำสิ่งเหล่านั้นได้ และมองเห็นคุณเป็นเช่นนั้นจริงๆ ในห้วงแห่งความหลง (ไม่ใช่รัก)

     ตัวคุณเองแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงกับวันก่อนหน้าที่เราจะรู้จักกัน แต่ตัวคุณในความรู้สึกของผมช่างเลอค่าสูงส่ง คุณเป็นแบบนั้นได้เพราะ ‘จินตนาการ’ ของผม สิ่งนี้เองเป็นองค์ประกอบสำคัญที่คอยหล่อเลี้ยงอาการหลง+รัก

     หลง+รัก คือ หลงไปกับความรัก

     ในห้วงของความหลง ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ไม่ว่าคุณจะชอบอะไร ไม่ว่าคุณจะโพสต์ข้อความหรือรูปอะไร ไม่ว่าคุณจะส่งสติกเกอร์อะไรมาในไลน์ ผมจะเชื่อมโยงทุกสิ่งอย่างเข้าหาตัวเองทั้งหมด และทั้งหมดนั้นจะสนับสนุนความน่ารักของคุณ ว่ากันว่าในห้วงรักโรแมนติก เราจะมองเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของคนที่เรารักที่คนอื่นมองข้ามไป แต่อันที่จริงแล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสียทีเดียว เรามองเห็นในสิ่งที่คนอื่นก็เห็นนั่นแหละ แต่เราคิดในสิ่งที่คนอื่นคิดไม่ถึงต่างหาก เราใส่จินตนาการของตัวเองเข้าไปให้ความหมายกับสิ่งที่คนคนนั้นทำ ทั้งที่เขาอาจทำไปตามปกติ ในห้วงของความหลง เพียงเห็นคุณอ่านหนังสือเล่มเดียวกับที่ผมชอบ ผมก็สามารถเชื่อมโยงไปได้ล้านแปดว่าเราน่าจะได้นอนอ่านหนังสือด้วยกันบนสนามหญ้าใต้ร่มไม้สักแห่ง เอาหนังสือที่เราชอบมาแลกกันอ่าน เพราะรสนิยมน่าจะคล้ายกัน แล้วเราจะแลกหนังสือกันอ่านไปชั่วนิรันดร์

    มันเป็นความฝันที่สวยงาม และภาพคุณในนั้นก็สวยงามราวกับคุณไม่จำเป็นต้องเข้าห้องน้ำขับถ่าย ราวกับคุณไม่เคยใช้นิ้วล้วงเข้าไปแคะขี้มูก ราวกับคุณไม่เคยผายลมในลิฟต์ ผมไม่มีทางนึกภาพอะไรแบบนั้นหรอก เพราะคุณไม่ใช่มนุษย์ คุณคือนางฟ้า

    ยิ่งถ้าใครเป็นคนช่างสังเกต ก็ยิ่งสร้าง ‘ภาพฝัน’ ของคนรักขึ้นมาจากการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ (คิดเองเออเอง) ได้สูงส่งและสวยงามมากขึ้นเรื่อยๆ คราวนี้ตัวคุณสำหรับผมก็ไม่ใช่แค่สิ่งที่คุณเป็นจริงๆ อีกต่อไป แต่ผมรักคุณราวกับ ‘ภาพวาด’ ที่ผมลงมือสร้างขึ้นมา ผมสามารถมองดูภาพนั้นได้ไม่รู้เบื่อ หลงใหลเหมือนศิลปินเชยชมความงามของภาพที่ตัวเองสรรค์สร้าง และแต่งเติมภาพนี้ให้สวยขึ้นทุกวัน ทั้งที่คุณก็ใช้ชีวิตไปตามปกติเหมือนเดิม แต่คุณสวยงามขึ้นเรื่อยๆ ในจินตนาการของผม

    นี่เอง ความรู้สึกของการหลง+รัก เราหลงไปว่าเรารัก ทั้งที่จริงเราเพียงสร้างภาพฝันบางอย่างมาตอบสนองความปรารถนาของเรา มันอาจเริ่มจากสิ่งที่คนคนนั้นเป็นจริงๆ เช่น คุณอาจเป็นแค่คนที่ชอบดูหนัง แต่ผมจินตนาการไปถึงขั้นว่า คุณจะมาพร้อมโลกมหัศจรรย์นับล้านใบ แล้วจะจูงมือผมเดินเข้าไปเที่ยวในโลกเหล่านั้น

    ‘ภาพฝัน’ ที่เราสร้างขึ้น แท้ที่จริงแล้วมันสะท้อนถึงสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิต มันคือรูโหว่ที่ต้องการใครสักคนมาเติมเต็ม คนที่เราหลงรักจะมีคุณสมบัตินั้นหรือไม่ก็ตาม แต่เราได้ใส่จินตนาการให้เขามีสิ่งที่เราขาดหายไปอย่างล้นเหลือ เราจึงรัก ‘ภาพฝัน’ ของคนรัก เพราะเราสร้างขึ้นมาเองเสียจนตอบสนองความพร่องที่เราโหยหาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    เมื่อไรก็ตามที่เราหลง เรากำลังมองโลกไม่ตรงตามความจริง และยากมากที่จะเห็นความจริงอย่างที่มันเป็น ตราบที่เรายังไม่รู้ตัวว่ากำลังหลงอยู่

    หลายครั้งความโหยหาในสิ่งที่ขาดหายกลับนำพาเราไปหลง+รักคนที่ไม่ได้เหมาะกับเรา หรือคนที่ ‘ไม่ใช่’ แต่ในห้วงนั้นเราไม่สนใจ เราต้องการเพียงเชื้อไฟบางอย่างที่จะจุดจินตนาการของเราขึ้นมา ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของนักเชื่อมโยงคนเก่งที่จะโยงใยทุกอย่างเข้าด้วยกัน กระทั่งเขากลายเป็นคนที่ ‘ใช่’ หรือ ‘โคตรใช่’ สำหรับเรา สิ่งเหล่านี้เกิดจากความหลงที่มีความต้องการเฉพาะหน้าในการชดเชยสิ่งที่เราขาดเท่านั้น มันเกิดขึ้นเร็ว รุนแรง และอาจจะลุกลาม ข้ออันตรายอยู่ตรงที่เรารัก ‘ภาพฝัน’ ของคนนั้นที่เราสร้างขึ้น ไม่ใช่ตัวเขาจริงๆ ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาในภายหลัง เมื่อควันแห่งความหลงจางลง แล้วตัวเขาจริงๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าให้เห็นชัดๆ

    ความหลงทำให้เราคิดไปเองว่าจะได้พบกับความรักและความสุขในอนาคตอันใกล้ คุณจะสอนผมดูดาวในแบบที่คุณชอบ เราจะเข้าห้องสมุดไปหยิบหนังสือที่เราชอบ แล้วนั่งอ่านด้วยกันเงียบๆ เหลือบมาจ้องตากันเป็นระยะ เราจะชวนกันไปดูหนังเทศกาลที่ผมดูคนเดียวมาตลอดชีวิต และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้แท้ที่จริงคือ ‘ความหวัง’ ซึ่งอาจไม่ตรงตามความจริง และนี่เองปัญหาของความหลง เพราะจินตนาการที่เราสร้างขึ้นเป็นจินตนาการทางเดียว คือผมคิดถึงคุณในแง่ดี สวยงาม มีความสุข เพียงด้านเดียว บางคนบอกว่าหากอยากหลุดจากห้วงหลง+รัก ให้ลองนึกภาพการใช้ชีวิตปกติดูบ้าง เช่น ตอนที่ต้องโหนรถเมล์ด้วยกันคนแน่นเหมือนปลากระป๋อง ตอนไปยืนรอแม่ค้าเฉือนกระดูกหมูในตลาดสด ตอนที่ต้องซักเสื้อยืดของคนที่เรารัก หรือถ้าโดนใครตามตื๊อมากๆ ก็ลองชวนเขาไปทำกิจกรรม ‘ชีวิตจริง’ เหล่านี้ เผื่อจะช่วยเยียวยาจากอาการหลงอยู่ในภาพฝันได้บ้าง

    เพราะความจริงไม่สวยงามขนาดนั้น คุณเองก็ไม่ได้สวยงามแบบที่ผมวาดขึ้นมา

    นี่เองสิ่งที่น่ากลัวสำหรับความหลง ความสวยงามเกินจริงเป็นสิ่งน่ากลัว เพราะมันทำให้เราผิดหวังได้ง่าย เจ็บปวดจากภาพฝันของเราเอง นอกจากนั้นบางครั้งมันก็ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองต้อยต่ำเกินจริง และเธอผู้นั้นก็สูงส่งเกินจริง ความหลงทำให้ความรักของเราคับแคบ เพราะเราวาดภาพคนรักให้ต้องเป็นแบบนี้ และนั่นทำให้เขาทำตัวลำบาก เพราะเขาต้องตอบสนอง ‘ภาพฝันสวยงาม’ ของเรา นำไปสู่ความอึดอัด จนบางครั้งเขาเลือกที่จะแสดงออกในทางตรงกันข้าม ก็คือทำตัวแย่ๆ ใส่เพื่อทำลายภาพฝันให้พังลงไปเสียเลย จะได้จบๆ กันไป เหมือนที่คุณเคยพยายามทำกับผมไง

     ความหลงเป็นเรื่องสวยงามสำหรับผู้หลง แต่อาจเป็นเรื่องน่ารำคาญสำหรับผู้ถูกหลง ความหลงจึงไม่ส่งผลดีต่อความรัก สิ่งที่ดีกว่าคือการวางแว่นตาที่ผิดเพี้ยนในการมองนางฟ้าหรือเทพบุตรเหล่านั้นลง มองเห็นเขาตามความเป็นจริงมากขึ้น แทนที่จะรักในภาพฝันที่ตัวเองวาดขึ้นมา เราควรจะรักในสิ่งที่เขาเป็นจริงๆ ทั้งด้านสวยงามและด้านอัปลักษณ์

    ก็จริงอยู่ รักคือการมองเห็นด้านสวยงามที่คนอื่นมองข้าม แต่ขณะเดียวกัน รักก็คือการโอบรับความอัปลักษณ์ที่เขาปกปิดต่อคนอื่น และยินดีเปิดเผยให้เรารับรู้ แต่กว่าที่ใครคนหนึ่งจะยินดีเผยด้านไม่สวยงามหรือรอยแผลเป็นให้อีกคนหนึ่งเห็นได้ เขาคงต้องแน่ใจเสียก่อนว่าคนคนนี้ไม่ได้รักเราด้วย ‘ภาพฝัน’ ที่วาดขึ้นมาเอง แต่มองเห็นเราตามที่เราเป็นจริงๆ

    เราไม่มีทางรักคนที่หลงเรา เรารักคนที่รักเราตามความจริง

    หากเรากำลังหลงใคร เราก็ควรรู้ว่าเราไม่มีวันได้รับความรักกลับมา เราเพียงมีความสุขและเคลิ้มไปกับจินตนาการที่เสกสร้างขึ้นมาเอง จินตนาการนี้บางทีนำไปสู่ความเจ็บปวดไม่ต่างจากสิ่งที่ ทอม ยอร์ก ครวญผ่านเพลง Creep เป็นเรานั่นเองที่ทำให้เขาสูงส่งเกินจริง เป็นเรานั่นเองที่เพิ่มระยะห่างระหว่างเขากับเรา

    ความรักมันจริงกว่านั้น คนไม่ได้รักกับนางฟ้าหรอก คนไม่ได้รักกับเทพบุตรหรอก

    คนรักกับคน มนุษย์เดินดินที่มีทั้งดีและร้าย ทั้งสวยงามและอัปลักษณ์ แต่เรายอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็น เปิดกว้าง และเรียนรู้จากกัน

    รักไม่ใช่ ‘จินตภาพ’ มันคือ ‘มิตรภาพ’

    หันกลับไปมองหลุมที่ผมเคยตกลงไป ผมดีใจที่ขึ้นมาจากหลุมนั้นได้ และต้องขอบคุณคุณด้วยที่ช่วยกันพาผมขึ้นจากหลุมแห่งความหลงที่ผมขุดขึ้นเอง ขอบคุณที่ฉุดผมออกจากภาพฝันสู่ความจริงที่คุณเป็น ความจริงที่ผมควรจะเป็น และความจริงของมิตรภาพ

    ขอบคุณที่สอนผมว่า ความรักไม่ได้แปลว่าเราจะต้องเป็นคู่รักกันเสมอไป

    ขอบคุณที่ทำให้ผมเห็นว่าความสัมพันธ์นั้นมีหลายเฉดสี

    ขอบคุณที่เป็นเพื่อนกันจนถึงวันนี้

    สำหรับผม, วันนี้คุณไม่ได้เป็นนางฟ้าอีกต่อไป แต่คุณคือมนุษย์ผู้ไม่สมบูรณ์แบบที่คอยอยู่ข้างๆ ผมเสมอในวันที่ผมอ่อนแอ และผมก็จะเป็นมนุษย์ประเภทนั้นสำหรับคุณเช่นกัน

    เมื่อไม่มีความ ‘หลง’ สิ่งที่เหลือคือความ ‘รัก’ – ผมเห็นสิ่งนั้นชัดเจนเหลือเกิน

 

 



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



มีสุขใจ / Wellness

เรื่องเล่าของดอกไม้
ทำไมความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นดีของบางคู่กลับไม่ยืนยาว?
อวลกลิ่นบุปผามาลี
เลี้ยงลูกสไตล์ "บิลล์ เกตส์"
ความรัก 6 แบบ...คุณเป็นแบบไหน



email : iconminfo@gmail.com / Copyright © 2016 All Rights Reserved.
IconM