dot dot
dot
สมัครสมาชิก / Subscribe
อีเมล :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
ค้นหาบทความ / Article Search

dot


Motor Show 2019
MotorExpo2018
nawarat
IconM News : G+
Oknation-lumnamsiam
IconM
The Royal Automobile Association of Thailand under Royal Patronage
The Thailand Automotive Institute (TAI)
IconM
THE THAI REAL ESTATE ASSOCIATION
สมาคมการผังเมืองไทย
AREA
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
สมาคมธนาคารไทย
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
TAT
ATTA
Tourism Council of Thailand (TCT)
Comme c’est bon
Food4Change
มูลนิธิสุขภาพไทย
Thaicityfarm
Thai Green Market
Center Market
Sustainable Agriculture
Agri-nature Foundation
Sustainable Agriculture Foundation (Thailand)
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กรมหม่อนไหม
กรมส่งเสริมอุสาหกรรม
Thai Textile
SACICT
icons
Realist
Smart Living
มูลนิธิก้าวไกลในเอเชีย
Thainess Capital
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Tarot Life Coach


นายกฯประยุทธ์ปลื้ม! เป็นเจ้าบ้านประชุมรัฐมนตรีอาเซียน-อาร์เซ็ป
นายกฯประยุทธ์ปลื้ม! เป็นเจ้าบ้านประชุมรัฐมนตรีอาเซียน-อาร์เซ็ป
ควงรองนายกฯจุรินทร์ พร้อมรัฐมนตรีเศรษฐกิจของรัฐบาลลุยเจรจาทุกฟังชั่น

ศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562 เวลา 09.30 โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ: พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์ ในโอกาสพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 51 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานนำการประชุมกล่าวรายงาน โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ด้วยเคยพูดไว้เรื่อง“ความกล้าฝัน”  (Dare to Dream) ของผู้ก่อตั้งอาเซียนเมื่อ 52 ปีที่แล้ว ที่อยากจะเห็นภูมิภาคที่มีความมั่นคงทางการเมือง ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และความก้าวหน้าทางสังคม ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ผ่านปฏิญญากรุงเทพฯที่ได้ลงนามเมื่อปี 1967 และรวมไปถึง ผู้กล้าฝันจากรุ่นสู่รุ่นที่ร่วมกันสานต่อเจตนารมณ์ดังกล่าว ตลอดระยะเวลา 52 ปีที่ผ่านมา

นายกฯประยุทธ์ปลื้ม! เป็นเจ้าบ้านประชุมรัฐมนตรีอาเซียน-อาร์เซ็ป

นอกจากความกล้าฝัน และตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา คงไม่สามารถสร้างให้บ้านอาเซียนหลังนี้เติบโตอย่างแข็งแรง และก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างอย่างมั่นคง จากเพียง “สมาคม” ที่รวมกลุ่มกันอย่างหลวมๆ มาสู่ “ประชาคม” ที่บูรณาการในทุกมิติอย่างลึกซึ้งอย่างเช่นทุกวันนี้ หากปราศจาก “ความกล้าลงมือ” (Dare to Do) ของผู้ขับเคลื่อนความฝันทั้งหลาย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่า หมายรวมถึงทุก ๆ ท่าน ณ ที่แห่งนี้ด้วย
 
หากอาเซียนไม่ลงมือจัดตั้งคณะทำงานเพื่อพัฒนาแนวคิดเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟต้า ให้เป็นรูปธรรม โดยใช้กลไกการลดอัตราภาษีนำเข้าระหว่างกัน (Common Effective Preferential Tariff Scheme) ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 ประเทศสมาชิกอาเซียนอาจยังคงทำการค้าด้วยกำแพงภาษีที่สูง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางการค้าภายในภูมิภาค และไม่ดึงดูดผู้ลงทุนจากต่างชาติให้มาใช้ประโยชน์จากภาษีที่ลดลง
 
หากอาเซียนไม่ริเริ่มแนวคิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี และลงมือศึกษาความเป็นไปได้และประโยชน์ของการพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจของอาเซียนไปสู่การจัดตั้งเป็นประชาคมเศรษฐกิจเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ในช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 ประเทศสมาชิกอาเซียน อาจยังคงไม่สามารถใช้ประโยชน์จากตลาดและฐานการผลิตเดียวที่มีฐานลูกค้ากว่า 630 ล้านคน และจากความเชื่อมโยงและการอำนวยความสะดวกทางการค้าที่ลดต้นทุนในการทำธุรกรรมและการขนส่งระหว่างกัน
 
และหากอาเซียนไม่ลงมือเสนอข้อริเริ่มความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ อาร์เซ็ป เพื่อรักษาบทบาทความเป็นแกนกลางของอาเซียนในการขับเคลื่อนการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจกับคู่ภาคีภายนอก
 
อาเซียนทั้ง 6 ประเทศ ในช่วงต้นทศวรรษที่ 2010 ประเทศสมาชิกอาเซียนอาจไม่สามารถคว้าประโยชน์จากขนาดตลาดที่มีประชากรรวมกันกว่า 3,500 ล้านคนหรือเกือบครึ่งของประชากรโลก และขนาดเศรษฐกิจที่มีมูลค่าจีดีพี กว่า 27.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณร้อยละ 32.3 ของจีดีพี โลก ซึ่งมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จในอนาคตอันใกล้นี้
 
และคงไม่ได้กล่าวเกินความเป็นจริงว่า การกล้าลงมือของผู้ขับเคลื่อนความฝันในอาเซียนด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและความมุ่งมั่นให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ช่วยสร้างบ้านอาเซียนแห่งประโยชน์และโอกาสสำหรับพลเมืองอาเซียนทุกคนอย่างแท้จริง
 
สำหรับการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปีนี้ ไทยได้แสดงบทบาทอย่างแข็งขันในฐานะเจ้าบ้านที่ต่อเติมบ้านหลังนี้ของพวกเราชาวอาเซียนให้มั่นคงและแข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อรองรับกระแสความเปลี่ยนแปลงทั้งเชิงภูมิเศรษฐศาสตร์และภูมิรัฐศาสตร์ที่สร้างความสั่นคลอนต่อโครงสร้างและเสาหลักของบ้านอาเซียนได้ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ ไทยจึงได้สานต่อการขับเคลื่อนภูมิภาคอาเซียนต่อไป ด้วยแนวคิดหลัก คือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” (Advancing Partnership for Sustainability)
 
และท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด อาเซียนจึงต้อง “ก้าวหน้า”  (Advancing) สู่อนาคต เพื่อเตรียมคว้าประโยชน์และโอกาส และพร้อมเดินหน้าไปด้วยกันกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ปัญญาประดิษฐ์ อินเทอร์เน็ตของทุกสรรพสิ่ง เทคโนโลยีชีวภาพ และพันธุวิศวกรรม ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมอัจฉริยะ โดยเฉพาะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผู้ประกอบการรายย่อย และองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม
 
นอกจากนี้ ท่ามกลางกระแสความท้าทายทางการค้าโลกที่เกิดขึ้น อาเซียนจึงต้อง “ร่วมใจ” (Partnership) กันเสริมสร้างความเชื่อมโยง ทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค ไม่มีเวลาใดที่เหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้วในการผลักดันให้การเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ อาร์เซ็ป ซึ่งอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการการเจรจาให้บรรลุผลสำเร็จในปีนี้ ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของอาเซียนและคู่เจรจาในการเชื่อมโยงระบบการค้าการลงทุนเข้าด้วยกัน โดยยึดมั่นในระบบการค้าพหุภาคีที่ยึดถือกฎเกณฑ์กติกาเป็นสำคัญ
 
และท่ามกลางกระแสความตื่นตัวด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่จะหมดและหายไปได้ ถ้าเราไม่ร่วมกันทำนุบำรุงรักษา อาเซียนจึงต้องส่งเสริมความ “ยั่งยืน” (Sustainability) ในทุกมิติ อย่างเชื่อมโยงกัน อาทิ การทำประมงที่คำนึงที่สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล และการวิจัยและพัฒนาพลังงานหมุนเวียนเพื่อนำมาใช้แทนเชื้อเพลิงที่มีอยู่อย่างจำกัด
 
ดังนั้นถ้าไม่ใช่พวกเรา ณ ที่แห่งนี้ จะเป็น “ใคร” ที่เป็นผู้เริ่มลงมือ ถ้าไม่ใช่ตอนนี้ ณ เวลานี้ จะเป็น “เมื่อไร" ที่เราจะเริ่มลงมือ และ ถ้าไม่ใช่ที่นี่ ณ ที่แห่งนี้ จะเป็น “ที่ไหน” ที่พวกเราจะร่วมกันจับมือเพื่อขับเคลื่อนความฝันของผู้ก่อตั้งและผู้กล้าฝันทั้งหลายไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม 
 
"ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนที่มารวมตัวกันอีกครั้งเป็นรอบที่ 51 นี้ จะ “ร่วมมือร่วมใจ” กันขับเคลื่อนความฝันของอาเซียนให้ “ก้าวไกล” และ “ยั่งยืน” ผ่านการเตรียมตัวรับมือกับอนาคต เสริมสร้างความเชื่อมโยง และส่งเสริมความยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อขับเคลื่อนการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้าและใกล้ชิดกันมากขึ้น
 
และเหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่อาเซียนร่วมกันทำ ร่วมกันขับเคลื่อนมาทั้งหมดตลอดช่วง 5 ทศวรรษที่ผ่านมานี้ อาจมีคำถามว่า สิ่งนี้พวกเราทำไป “เพื่ออะไร” ผมคิดว่า เราสามารถตอบได้ด้วยความภาคภูมิใจว่า ความตั้งใจและผลที่เราต้องการให้เกิดขึ้น คือ เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวอาเซียนและอนุชนรุ่นหลังทุกคน ให้มีความเจริญก้าวหน้า มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และไม่มีใครถูกทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง
 
"สิ่งสำคัญที่สุด คือเรากำลังเผชิญกับสงครามการค้า ดังนั้นเราต้องพึ่งพากันและกัน เราทำคนเดียวไม่ได้ โลกได้เปลี่ยนแปลงนับวันปัญหาจะมากขึ้นเรื่อยๆ คาดหวังว่าอาร์เซ็ปจะจบปีนี้ มาตรการใดที่เกิดผบกระทบเราร่วมแก้ และปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำเราต้องร่วมกันแก้ไข เรื่องดิจิตอลนั้นมีทั้งวิกฤติและโอกาส เรื่องขยะทะเล ผมขอความร่วมมือช่วยกันลดขยะทะเลและพัฒนาด้านสมาร์ทซิติในเมืองเก่า ดิจิทัลในเมืองใหม่ และระบบการค้าเอสเอ็มอีเราก็ส่งเสริม สุดท้ายผมห่วงเรื่องแรงงาน เพราะมีเครื่องจักรเพิ่มขึ้น จึงขอให้ดูแลเรื่องปัญหาแรงงาน ท้ายนี้ฝากความระลึกถึงท่านสุลตาน และ นายกฯทุกประเทศด้วย
 
สุดท้ายนี้ ไทยพร้อมเต็มที่ในฐานะเจ้าบ้านที่จะต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านให้มีความสุข สบาย ในระหว่างพำนักอยู่ในประเทศไทยเสมือนเป็นบ้านหลังที่สอง (Second Home) ของท่าน และไทยพร้อมที่จะร่วมกับเพื่อนสมาชิกอาเซียนทำงานอย่างแข็งขันเพื่อสร้างเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตลอดไป " นายกรัฐมนตรีกล่าว
 
 
 
 
 
 


ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



The 51st AEM Meeting and Related Meetings

'จุรินทร์' ชี้เป้า รัสเซียเป็นเหมืองทองสินค้าเกษตรไทย มุ่งขยายโอกาสการค้าและการลงทุน
จุรินทร์ ยัน! รับมือสงครามการค้า เกาะติดทุกสถานการณ์
จุรินทร์ พาอาเซียนรุดหน้า! ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน
จุรินทร์พร้อม! นำรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-อาร์เซ็ป ประชุมมาราธอน 6 วัน
จุรินทร์ ปลื้มหนัก! นายกฯประยุทธ์ควงเปิดประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน



email : iconminfo@gmail.com / Copyright © 2016 All Rights Reserved.
IconM