สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผนึกพันธมิตร จัดสัมมนาใหญ่ประจำปี 2026
จุดประกาย “Unlocking New Growth” ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจไทย
สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และเครือข่ายพันธมิตรจากภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ สมาคมการค้า หอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย และเครือข่ายหอการค้าทั่วประเทศ จัดงาน “สัมมนาใหญ่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประจำปี 2026” ภายใต้แนวคิด “Unlocking New Growth: ศักยภาพใหม่แห่งการเติบโต” เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ โดยมี นายอธิป พีชานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าววัตถุประสงค์และกล่าวเปิดงาน เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงภาคธุรกิจ เปิดมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจ และร่วมค้นหาโอกาสการเติบโตใหม่ของประเทศไทย

การสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญ ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ กติกาการค้าใหม่ การแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น ตลอดจนบทบาทของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนโฉมการดำเนินธุรกิจในหลายมิติ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จึงมุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้ มุมมอง และประสบการณ์จากภาคส่วนต่างๆ เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถมองเห็นทิศทางการเปลี่ยนแปลง วางกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสม และต่อยอดสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในระยะต่อไป
ภายในงานสัมมนาฯ ภาคบ่าย ได้รับเกียรติจาก ดร.ดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย บรรยายพิเศษหัวข้อ “บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยต่อการนำพาเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยว่า เศรษฐกิจโลกยังมีแรงส่งสำคัญจากวัฏจักรอุตสาหกรรมและการลงทุนด้านเทคโนโลยี AI ซึ่งเป็นโอกาสต่อภาคการส่งออก การลงทุน และการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย
โดย ธปท. คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัว 2.3% ขณะที่ภาคท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง และการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี ดิจิทัล Data Center และ Cloud Service ยังเติบโตโดดเด่น
ดร.ดอน กล่าวว่า
ธปท. มุ่งดำเนินนโยบายอย่างสมดุล ภายใต้การรักษาเสถียรภาพด้านราคา ระบบสถาบันการเงิน และระบบการชำระเงิน ควบคู่กับการประคับประคองเศรษฐกิจ พร้อมประสาน 4 เครื่องมือสำคัญ ได้แก่ นโยบายการเงิน นโยบายการคลัง การปฏิรูปเศรษฐกิจ และมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด เพื่อเพิ่มผลิตภาพและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
โดยได้เร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชน อาทิ การปรับโครงสร้างหนี้ การเสริมสภาพคล่อง SMEs ผ่านโครงการ SMEs Credit Boost รวมถึงการยกระดับความเป็นธรรมและความปลอดภัยของระบบการเงิน เพื่อสร้างรากฐานให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากนั้น ยังมีการบรรยายพิเศษหัวข้อ “AI for Thailand Business : โอกาสหรือความท้าทายของธุรกิจไทย” โดย รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ประธานคณะกรรมการ Robotics and AI และกรรมการบริหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งชี้ให้เห็นทั้งโอกาสและความท้าทายจากการนำ AI มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การพัฒนาบริการและนวัตกรรม ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
โดย รศ.ดร.ชิต เน้นย้ำว่า
การใช้ AI ให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างแท้จริง ต้องก้าวจากเพียงการนำเครื่องมือมาใช้ สู่การพัฒนาองค์กรแบบ “AI-Native” ที่ปรับทั้งกระบวนการทำงาน การตัดสินใจ บุคลากร ข้อมูล และโมเดลธุรกิจ พร้อมต่อยอดองค์ความรู้และจุดแข็งขององค์กรให้ทำงานร่วมกับ AI เพื่อสร้างผลิตภาพและความได้เปรียบในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI และบุคลากรที่มีทักษะรองรับ โดยสภาหอการค้าฯ พร้อมผลักดันกลไกสนับสนุนภาคธุรกิจและ SMEs ให้สามารถนำ AI ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจจริง
ทั้งนี้ในช่วงภาคค่ำของงานสัมมนาฯ ยังมีกิจกรรมสำคัญต่อเนื่องคือ พิธีมอบ “รางวัลสมาคมการค้าดีเด่น ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อเชิดชูสมาคมการค้าและบุคลากรที่มีผลงานโดดเด่น ตลอดจนส่งเสริมบทบาทของ สมาคมการค้าในการเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคธุรกิจไทย
โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมมอบรางวัล พร้อมกันนี้นายพูนพงษ์ ยังได้กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “บทบาทของกระทรวงพาณิชย์ต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย” เพื่อสะท้อนแนวทางการสนับสนุนและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคธุรกิจไทยในระยะต่อไป